|
1. ผู้เดินทางไปต่างประเทศ
1.1 การแจ้งนำของใช้ส่วนตัวออกไปต่างประเทศ
ถ้าต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น
กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุเทป ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับเข้ามาประเทศจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อสิทธิในการยกเว้นภาษีอากรภายใต้เงื่อนไขดังนี้
- เป็นของเก่าใช้แล้วและมีจำนวน/ประมาณพอสมควรแก่ฐานะ
- มีเครื่องหมาย เลขหมายให้ตรวจสอบได้ง่าย
วิธีปฏิบัติ
นำบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน หนังสือเดินทาง ตั๋วโดยสารและของที่จะนำติดตัวออกไปแสดงและแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ณ ที่ทำการศุลกากร (ขาออก) ประจำท่าอากาศยานกรุงเทพฯ
คำเตือน
ของที่มิใช่ของใช้ส่วนตัวโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อนำไปปฏิบัติพิธีการศุลกากรก่อนการเดินทาง
1.2 ของต้องห้ามในการนำออกนอกราชอาณาจักร
- ยาเสพติดให้โทษ
- วัตถุระเบิด
1.3 ของต้องกำกัดหมายถึงของบางชนิดที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออกผู้ที่ประสงค์จะนำหรือส่งออกไปต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ
จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและนำมาเสนอต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะ
นำออกด้วย เช่น
- พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ (กรมศิลปากร)
- สัตว์สงวนหรือสัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง แมว ฯลฯ (กรมป่าไม้หรือกรมปศุสัตว์)
- พันธุ์พืช เช่น ทุเรียน ลำไย ฯลฯ (กรมวิชาการเกษตร)
- อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน (กรมตำรวจ)
2. การนำเงินไทย ธนบัตรต่างประเทศ หรือ ปัจจัยการ ชำระเงิน
ต่างประเทศออกไปนอกราชอาณาจักรไทย
2.1 ธนบัตรไทย
- นำออกไปได้ไม่เกิน 100,000.- บาท สำหรับประเทศที่ติดพรมแดน
- นำออกไปได้ไม่เกิน 50,000.- บาท สำหรับไปยังประเทศอื่น
ๆ
2.2 ธนบัตรต่างประเทศ
- นำออกไปได้ไม่จำกัดจำนวน
2.3 ตราสารการเงิน
- ผู้เดินทางสามารถซื้อเช็คเดินทาง (TRAVELLERS CHEQUE)
หรือ ดร๊าฟท์ รวมกันได้ไม่เกิน US.$ 20,000.- /เทียบเท่า
ถ้ามีความจำเป็นต้องซื้อมากกว่าวงเงินที่กำหนดไว้นี้จะต้องขออนุญาต
จากธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านธนาคารพาณิชย์ในแบบฟอร์ม ธ.ต5
2.4 บัตรเครดิต (CREDIT CARD) สามารถนำออกไปใช้ยัง ต่างประเทศโดยไม่ต้องแจ้งขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
แต่อย่างใดซึ่งผู้ถือบัตรสามารถใช้จ่ายได้ตามวงเงินที่ได้รับจากธนาคาร
หรือบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตนั้น ๆ
3. การนำเงินไทย, ธนบัตรต่างประเทศหรือปัจจัยชำระเงินต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร
3.1 ธนบัตรไทย
- นำเข้าได้ไม่จำกัดจำนวน
3.2 ธนบัตรต่างประเทศหรือปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
- ผู้เดินทางผ่านนำเข้าได้โดยไม่จำกัดวงเงิน
- คนไทยหรือผู้มีถิ่นฐานในประเทศไทยหากนำธนบัตรต่างประเทศ
หรือปัจจัยการชำระเงินต่าง
ประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรต้องขายให้กับธนาคาร พาณิชย์หรือบุคคลรับอนุญาตภายใน
15 วันนับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามา
4. การนำกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจเมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
4.1 ผู้เดินทางต้องกรอกรายการในแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสาร
ก่อนนำกระเป๋าสัมภาระผ่านเจ้าหน้าที่ศุลกากร
4.2 ผู้ไม่มีของต้องเสียภาษีอากรของต้องห้ามของต้อง กำกัดให้ยื่นแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสารแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรในช่องเขียว
ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า ไม่มีของต้องสำแดง
4.3 ผู้ที่มีของต้องเสียภาษีอากรของต้องห้ามของต้องกำกัด
หรือไม่แน่ใจว่าที่นำเข้ามานั้นต้องเสียภาษีอากรหรือไม่ให้ยื่นแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสารแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรในช่องแดง
ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า มีของต้องสำแดง
คำเตือน
ผู้ลักลอบนำของต้องเสียภาษีอากรของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดผ่านออกทางช่องเขียว
นอกจากจะถูกริบสิ่งของแล้วอาจจะต้องถูกปรับ 4 เท่า ของราคาสิ่งของรวมค่าภาษีอากร
5. ของยกเว้นภาษีอากรขาเข้า
- บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือซิการ์และยาเส้นน้ำหนักไม่เกิน
250 กรัม
- สุรา 1 ลิตร
- ของใช้ส่วนตัวพอสมควรแก่ฐานะ
ของใช้ในบ้านเรือนเก่าใช้แล้วที่เจ้าของนำมาพร้อมกับตนเนื่องจากการย้าย
ภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ
6. ของต้องห้าม ต้องกำกัดในการนำเข้า
6.1 ของต้องห้าม คือของที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าโดยเด็ดขาด
เช่น
- วัตถุลามก สิ่งพิมพ์ลามก
- ยาเสพติดให้โทษ
6.2 ของต้องกำกัด คือของที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการ
ที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้ามา เช่น
- เครื่องรับส่งวิทยุคมนาคมและส่วนประกอบ (กรมไปรษณีย์โทรเลข)
- อาวุธปืน กระสุนปืน (กรมตำรวจ)
- พืชและส่วนต่าง ๆ ของพืช (กรมวิชาการเกษตร)
- สัตว์และซากสัตว์ (กรมปศุสัตว์)
- เครื่องสำอางสำเร็จรูป (กระทรวงสาธารณสุข)
- สัตว์น้ำ (กรมประมง)
|